“น้องพลับขอ 2 แต่ลูคาคูขอ 4” สรุปผลการแข่งขัน “ยูโร 2024” รอบคัดเลือก กลุ่มเอฟ ประจำวันที่ 19 พฤศจิกายน 2023

“น้องพลับขอ 2 แต่ลูคาคูขอ 4” สรุปผลการแข่งขัน “ยูโร 2024” รอบคัดเลือก กลุ่มเอฟ ประจำวันที่ 19 พฤศจิกายน 2023

โรเมลู ลูคาคู กดคนเดียว 4 ประตู ให้เจ้าถิ่นอย่าง “เบลเยี่ยม” ถล่มคู่แข่งเกือบครึ่งโหล พร้อมผลการแข่งขันทั้งหมดของกลุ่มเอฟ

ฟุตบอล “ยูโร 2024” รอบคัดเลือก กลุ่มเอฟ

ทีมชาติเบลเยี่ยม 5 – 0 ทีมชาติอาเซอร์ไบจาน

               ที่สนามคิง โบดวง สเตเดี้ยม เป็นทางเจ้าบ้านอย่าง “เบลเยี่ยม” ที่ตีตั๋วลุย “ยูโร 2024” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เปิดสนามรับการมาเยือนของทีมเยือนอย่าง “อาเซอร์ไบจาน” ที่ตกรอบเป็นที่เรียบร้อยเช่นกัน โดยกุนซือเจ้าบ้านอย่าง โดเมนิโก้ เทเดสโก้ ส่ง 2 ดาวรุ่งอย่าง โยฮัน บากาโยโก้ และ เฌเรมี่ โดกู ลงทำเกมทางด้านริมเส้น โดยมีดาวซัลโวรอบคัดเลือกอย่าง โรเมลู ลูคาคู ประจำการเช่นเดิม ขณะที่กุนซือทีมเยือนอย่าง โจวานนี่ เด เบียซี่ ส่งคู่หน้าอย่าง มาฮีร์ เอ็มเรลี่ และ เรนาต ดาดาซอฟ ลงสนามล่าตาข่าย

               รูปเกมในครึ่งแรก เป็นทางด้านเจ้าถิ่นที่โหมเกมรุกบุกเข้าใส่ตั้งแต่กรรมการเป่านกหวีด แต่ก็ยังไม่ผ่านเกมรับของทีมเยือน จนเมื่อผ่าน 15 นาทีแรกของเกม ก็เป็นทางเจ้าถิ่นที่ออกนำไปก่อน จากการขึ้นเกมทางฝั่งซ้าย ก่อนที่ เฌเรมี่ โดกู จะเปิดบอลลอยเข้าหัว โรเมลู ลูคาคู เทคตัวโหม่งผ่านมือผู้รักษาประตูทีมเยือนอย่าง ชาครูดิน มาโกเมดาลิเยฟ เข้าไป ให้เจ้าถิ่นออกนำไปก่อน จากนั้นสถานการณ์ของทีมเยือนก็ยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก เมื่อต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน จากการเข้าสกัดหนักของ เอ็ดดี้ ที่ต้องแลกมาด้วยใบเหลืองที่ 2 ของตัวเอง ซึ่งเมื่อตัวผู้เล่นมากกว่า เบลเยี่ยมก็ยิ่งโหมบุกหนักเข้าไปอีก ซึ่งนำไปสู่แฮททริคอย่างรวดเร็วในเวลาครึ่งชั่วโมงของ โรเมลู ลูคาคู เริ่มจากลูกโหม่งชงของ ทิโมธี กาสตานเญ่ ให้ลูคาคูหวดด้วยขวาเข้าประตู ต่อด้วยการตักบอลจากเวาท์ ฟาส ที่บอลลอยมาให้ลูคาคูโหม่งเข้าไป เท่านั้นยังไม่พอ ลูคาคูยังมาบวกประตูที่ 4 ให้ตัวเองและทีมในช่วงก่อนหมดเวลาครึ่งแรก 8 นาที  จากลูกจ่ายของ โอเรล มังกาล่า ที่ลูคาคูยิงสวนตัวผู้รักษาประตูทีมเยือนเข้าไป ให้เกมในครึ่งแรกจบที่เจ้าบ้านนำห่างถึง 4-0

               เข้าสู่ครึ่งหลังเป็นทั้ง 2 ทีมที่ทำการปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นโดยทีมเยือนเปลี่ยน นารีมาน อั๊คฮุนด์ซาเด้, กิสมัต อาลิเยฟ และ โจชกุน ดินิเยฟ ลงสนามแทน มาฮีร์ เอ็มเรลี่, เอลวิน จาฟาร์กูลิเยฟ และ อเล็กเซย์ อิซาเยฟ ขณะที่เจ้าถิ่นพัก โรเมลู ลูคาคู และ แอสเตอร์ แฟรงค์ซ โดยส่ง ยูริ เตเลมองส์ กับ โลอิส โอเปนด้า ลงสนามแทน ซึ่งรูปเกมยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่ทำเกมรุกบุกใส่เช่นเดิม แต่ก็ยังไม่ผ่านมือผู้รักษาประตูทีมเยือน ซึ่งรวมถึงลูกยิงของ ยูริ เตเลมองส์ ที่ชนเสาไปอย่างน่าเสียดาย อย่างไรก็ตาม ในนาทีสุดท้ายของเกม ก็เป็นทางเจ้าถิ่นที่มายิงประตูตอกฝาโลงได้สำเร็จ จากการขึ้นเกมทางฝั่งขวาของ เฌเรมี่ โดกู ก่อนจะผ่านบอลเข้าตรงกลางให้ เลอันโดร ทรอสซาร์ด ชาร์จบอลเข้าไปจากระยะ 9 หลา ให้เกม 90 นาทีจบที่ฝั่งเจ้าบ้านอยางเบลเยี่ยมยกพลถล่มอาเซอร์ไบจานเละเทะถึง 5-0 พร้อมแซงคว้าแชมป์กลุ่มเอฟ

ผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม

ทีมชาติเบลเยี่ยม (4-2-1-3) โคเอน คาสตีลส์ – ทิโมธี กาสตานเญ่, เวาท์ ฟาส, ยาน แฟร์ตองเก้น (อามีน อัล-ดั๊คฮิล), อาร์ธูร์ เธียท (อเล็กซิส เซเลเมเกอร์ส) – แอสเตอร์ แฟรงค์ซ (ยูริ เตเลมองส์), โอเรล มังกาล่า – เลอันโดร ทรอสซาร์ด – โยฮัน บากาโยโก้ (ยานนิค การ์ราสโก้), โรเมลู ลูคาคู (โลอิส โอเปนด้า), เฌเรมี่ โดกู

ทีมชาติอาเซอร์ไบจาน (4-4-2) ชาครูดิน มาโกเมดาลิเยฟ – ฮอยยัต ฮากเวร์ดี้, ราฮิล มัมมาดอฟ, อันตอน คริวอตเซียค, เอลวิน จาฟาร์กูลิเยฟ (กิสมัต อาลิเยฟ) – ตูราล บายรามอฟ, เอมิน มัคมูดอฟ (เอลวิน จามาลอฟ), เอ็ดดี้, อเล็กเซย์ อิซาเยฟ (โจชกุน ดินิเยฟ) – มาฮีร์ เอ็มเรลี่ (นารีมาน อั๊คฮุนด์ซาเด้), เรนาต ดาดาซอฟ (รุสตาม อั๊กเมดซาเด้)

               ขณะที่ผลการแข่งขันอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน เป็นทางด้านเจ้าถิ่นอย่าง “สวีเดน” ที่ส่งท้ายในรอบคัดเลือกด้วยประตูจาก วิคตอร์ เคลส์สัน และ เอมิล ฟอร์สเบิร์ก เอาชนะเอสโตเนียไปได้ 2-0 ทำให้สถานการณ์หลังจบรอบคัดเลือก เป็นทางด้านเบลเยี่ยมที่แซงคว้าแชมป์กลุ่มเอฟ โดยมีออสเตรียเข้าสู่รอบสุดท้าย “ยูโร 2024” เช่นกัน ส่วนเอสโตเนีย แม้จะจบรอบคัดเลือกด้วยการเป็นทีมบ๊วยของกลุ่ม แต่ยังได้สิทธิ์ในรอบเพลย์ออฟจากผลงานในศึก “ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก”

Leave a Reply