ยูโร 2024

ยูโร 2024 กับถ้วยแชมป์ที่เจ้าภาพจะพลาด (อีกมั้ย) ตอนจบ

               ตอนปิดท้ายของซีรีส์นี้ มีทั้งเจ้าภาพร่วมและเจ้าภาพเดี่ยวที่ตายตอนจบเหมือนเดิม…

ยูโร 2012

 

 

banner1

               คราวนี้ยูฟ่ายังคงเลือกให้มีเจ้าภาพร่วม ซึ่งเป็นทางโปแลนด์และยูเครนได้สิทธิ์ดังกล่าว และก็เหมือนเมื่อ 4 ปีที่แล้วที่ต่างฝ่ายต่างตกรอบแรกด้วยกันทั้งคู่

               โดยทางด้านโปแลนด์ ที่นำทัพโดยศูนย์หน้าตัวความหวังอย่าง “โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้” พาทีมได้ลุ้นจนถึงนัดสุดท้าย หลังเสมอกรีซและรัสเซียด้วยสกอร์ 1-1 ทั้ง 2 นัด แต่กลายเป็นว่าในนัดสุดท้าย กลับเป็นฝ่ายพ่ายสาธารณรัฐเช็ค 0-1 และตกรอบเป็นบ๊วยของกลุ่มเอ

               ขณะที่ยูเครน ซึ่งนำทีมโดยยอดกองหน้าอย่าง “อังเดรย์ เชฟเชงโก้” เปิดสนามได้อย่างยอดเยี่ยมจาก 2 ประตูของเชฟเชงโก้ ทว่า 2 นัดต่อมา ทีมกลับไม่สามารถคว้าชัยชนะได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการแพ้ฝรั่งเศส 0-2 และแพ้อังกฤษ 0-1 ทำให้ต้องตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

ยูโร 2016

            ฟุตบอลยูโรครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการเพิ่มจำนวนทีมจาก 16 ทีมเป็น 24 ทีม โดยเป็นฝรั่งเศสที่รับหน้าสื่อเป็นเจ้าภาพ ซึ่งฝรั่งเศสเองก็คงจะหวังลึกๆ ว่าจะสามารถคว้าแชมป์ได้เหมือนเมื่อ 16 ปีที่แล้ว หรือย้อนไปไกลกว่านั้นก็เมื่อ 32 ปีที่แล้วที่เป็นเจ้าภาพ

               และด้วยการที่มีเพื่อนร่วมกลุ่มอย่างสวิตเซอร์แลนด์, อัลแบเนีย และโรมาเนีย ที่ไม่ใช่คู่ต่อกรของทีมเลยแม้แต่น้อย ทำให้ฝรั่งเศสคว้าแชมป์กลุ่มเอได้อย่างง่ายดาย ทะยานเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยมีไอร์แลนด์ที่คว้าอันดับ 3 กลุ่มอีรออยู่

               ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย แม้ฝรั่งเศสจะถูกขึ้นนำก่อนตั้ง 3 นาทีแรกจากจุดโทษของร็อบบี้ เบรดี้ แต่ก็เหมือนไปกระตุกหนวดเสือ (หรือหงอนไก่ก็ไม่แน่ใจ) เพราะหลังจากนั้นฝรั่งเศสก็ได้ 2 ประตูจากอองตวน กรีซมันน์ พลิกสถานการณ์เข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้อย่างตื่นเต้น โดยเส้นทางในรอบต่อไปจะต้องเจอกับไอซ์แลนด์ ที่พลิกล็อคโค่นอังกฤษมาได้

               แต่นั่นก็ไม่ใช่งานที่ยากเย็นของฝรั่งเศสสักเท่าไหร่ เมื่อออกนำไปก่อน 4-0 ตั้งแต่ 45 นาทีแรก ก่อนจบเกมด้วยสกอร์ 5-2 ก่อนเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ โดยมีเยอรมันรออยู่

การเจอกันของทั้งคู่ในรอบรองชนะเลิศครั้งล่าสุด เกิดขึ้นในฟุตบอลโลก 1982 ซึ่งเป็นทางเยอรมัน (ตะวันตก) เอาชนะในการดวลจุดโทษไปได้ 5-4 หลังเสมอในเวลาปกติ 3-3 แต่หนนี้ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป จาก 2 ประตูของอองตวน กรีซมันน์ (อีกแล้ว) เปลี่ยนให้ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายคว้าชัยทะยานเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศในฐานะเจ้าภาพอีกครั้ง เหมือนในปี 1984 โดยมีโปรตุเกสที่ชนะในเวลาปกติเพียงแค่นัดเดียวในรอบรองชนะเลิศรออยู่

32 ปีที่แล้ว ฝรั่งเศสในฐานะเจ้าภาพก็เข้าสู่นัดชิงชนะเลิศและคว้าแชมป์ไปได้ ครั้งนี้ทีมก็คาดหวังที่จะคว้าแชมป์ให้ได้อีกครั้งเช่นกัน แม้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะมีชายที่ชื่อ “คริสเตียโน่ โรนัลโด้” ก็ตาม

ซึ่งทุกอย่างก็ดูเหมือนจะง่ายยิ่งขึ้น เมื่อโรนัลโด้ถูกเปลี่ยนตัวออกเนื่องอจากอาการบาดเจ็บตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแรกของเกม หลังจากนั้น ทีมก็ยังคงโหมบุกเข้าใส่โปรตุเกสอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เฉี่ยวไปเฉี่ยวมา ไม่ว่าลูกโหม่งระยะ 10 หลาของอองตวน กรีซมันน์ หรือลูกยิงของอองเดร ปิแอร์-ฌีญัก ที่ชนโดนเสาออกไป ทำให้เมื่อจบ 90 นาที เกมก็ยังคงเสมอกัน 0-0 ต้องต่อเวลาพิเศษ และในช่วงต่อเวลาพิเศษนาทีที่ 109 กองหน้าตัวสำรองอย่างเอแดร์ก็มายิงประตูดับเสียงแฟนบอลกว่า 75,000 คนในสนามสต๊าด เดอ ฟรองซ์ ซึ่งนั่นก็เป็นประตูเดียวของเกมนี้ที่ทำให้เจ้าภาพอย่าง “ฝรั่งเศส” ต้องมองเห็นคู่แข่งคว้าถ้ายแชมป์ยูโร 2016 ไปต่อหน้าต่อตาคาบ้าน

Leave a Reply