“อิตาลีตีตั๋วไปป้องกันแชมป์” สรุปผลการแข่งขัน “ยูโร 2024” รอบคัดเลือก กลุ่มซี ประจำวันที่ 20 พฤศจิกายน 2023

“อิตาลีตีตั๋วไปป้องกันแชมป์” สรุปผลการแข่งขัน “ยูโร 2024” รอบคัดเลือก กลุ่มซี ประจำวันที่ 20 พฤศจิกายน 2023

“อิตาลี” เก็มแต้มสำคัญตีตั๋วลุย “ยูโร 2024” เพื่อไปป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ พร้อมผลการแข่งขันทั้งหมดของกลุ่มซี

 

 

banner1

ฟุตบอล “ยูโร 2024” รอบคัดเลือก กลุ่มซี

ทีมชาติยูเครน 0 – 0 ทีมชาติอิตาลี

               ที่สนามไบ อารีน่า ประเทศเยอรมนี เจ้าถิ่นอย่าง “ยูเครน” ที่นัดนี้ต้องใช้สนามกลาง เนื่องด้วยความไม่สงบระหว่างรัสเซียกับยูเครนต้อนรับการมาเยือนของแชมป์เก่าอย่าง “อิตาลี” ซึ่งทั้ง 2 ทีมยังมีโอกาสคว้าตั๋วลุย “ยูโร 204” โดยอัตโนมัติ โดยกุนซือยูเครนอย่าง เซอร์เกย์ เรบรอฟ จัดผู้เล่นชุดหลักลงสนามอย่างครบครัน มี อาร์เต็ม ด็อฟเบี๊ยค ปักหลักในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ทางด้านกุนซืออิตาลีอย่าง ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ มีข่าวดีเมื่อได้ โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ กลับมาจากโทษแบน ซึ่งเจ้าตัวลงสนามประจำการในตำแหน่งแบ็คขวาทันที โดยมี 3 ประสานในเกมรุกอย่าง นิโกโล่ ซานิโอโล่, จาโคโม่ ราสปาโดรี่ และ เฟเดริโก้ เคียซ่า ลงล่าตาข่าย

               เริ่มเกมในครึ่งแรก เป็นทางด้านอิตาลีที่ครองเกมได้มากกว่าอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับโอกาสทำประตูที่มามากกว่า ไม่ว่าจะเป็นลูกยิงของ เฟเดริโก้ เคียซ่า ที่ข้ามคานออกไป หรือลูกโหม่งจากลูกเตะมุมของ เฟเดริโก้ ดิ มาร์โก ที่หลุดเสาไปอย่างน่าเสียดาย รวมถึงลูกยิงด้วยซ้ายของ ดาวิเด้ ฟัตเตรสซี่ ซึ่งติดผู้รักษาประตูยูเครนอย่าง อนาโตลี ทรูบิน ถึงกระนั้นก็ใช่ว่ายูเครนจะไม่ได้โอกาสตอบโต้ ทั้งจากลูกยิงของ วิคตอร์ ซีกานคอฟ หรือลูกยิงหน้ากรอบเขตโทษของจอร์จี้ย์ ซูดาคอฟ ที่ยังไม่ผ่านผู้รักษาประตูอิตาลีอย่าง จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ทำให้หมด 45 นาทีแรกของเกมยังคงเสมอกันที่ 0-0

               เข้าสู่ครึ่งหลัง เป็นทางด้านอิตาลีที่ชิงเปลี่ยนตัวแก้เกมก่อน โดยส่ง จานลูก้า สคามัคค่า ลงสนามแทนที่ จาโคโม่ ราสปาโดรี่ ซึ่งรูปเกมครึ่งหลัง เป็นทางด้านยูเครนที่ยกระดับเกมกลับมาดีกว่าครึ่งแรกอย่างชัดเจน มีโอกาสยิงประตูขึ้นนำจากการยิงด้วยซ้ายของ มิคายโล มูดริค ที่ติตเซฟผู้รักษาประตู รวมถึงจังหวะชุลมุนในกรอบเขตโทษของ วิคตอร์ ซีกานคอฟ ที่บอลมาโดนตัว จอร์จินโญ่  เข้ามือผู้รักษประตูอย่างหวุดหวิด ก่อนที่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ยูเครนเกือบจะได้ลูกจุดโทษ จากจังหวะการเข้าปะทะระหว่างกองกลางอิตาลีอย่าง ไบรอัน คริสตันเต้ กับตัวรุกยูเครนอย่าง มิไคโล มูดริค ที่กรรมการไม่ให้เป็นลูกจุดโทษ หลังมองว่ามูดริคพุ่งล้ม ก่อนกรรมการจะเป่านกหวีดจบเวลาให้เกมออกมาเสมอแบบไม่มีสกอร์ ซึ่งผลเสมอในนัดนี้ดีพอที่จะทำให้อิตาลีตีตั๋วลุย “ยูโร 2024” เพื่อป้องกันแชมป์ แม้จะมีคะแนนเท่ากับยูเครนก็ตาม เนื่องจากเฮดทูเฮดที่ดีกว่า

ผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม

ทีมชาติยูเครน (4-1-4-1) อนาโตลี ทรูบิน – ยุคฮีม โคโนเปลีย (โอเล็กซานเดอร์ เทียมเชี๊ยค), โอเล็กซานเดอร์ สวาต็อค (รุสลัน มาลินอฟสกี้), อิลย่า ซาบาร์นยี่, วิตาลี่ มายโคเลนโก้ – ทาราส สเตปาเนนโก้ (โอเล็กซานเดอร์ พิคาโลนอค) – วิคตอร์ ซีกานคอฟ (โอเล็กซานเดอร์ ซุบคอฟ), จอร์จี้ย์  ซูดาคอฟ, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ (ดานีโล่ ซิกาน), มีคายโล มูดริค – อาร์เต็ม ดอฟเบี๊ยค

ทีมชาติอิตาลี (4-3-3) จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่, ฟรานเชสโก้ อแชร์บี้, อเลสซานโดร บูญิออร์โน่, เฟเดริโก้ ดิ มาร์โก – ดาวิเด้ ฟรัตเตซี่, จอร์จินโญ่ (ไบรอัน คริสตันเต้), นิโกโล่ บาเรลล่า – นิโกโล่ ซานิโอโล่ (มัตเตโอ โปลิตาโน่) (มัตเตโอ ดาร์เมียน), จาโคโม่ ราสปาโดรี่ (จานลูก้า สคามัคค่า), เฟเดริโก้ เคียซ่า (มอยส์ คีน)

               ส่วนผลการแข่งขันอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน เป็นทางด้านเจ้าถิ่นอย่าง นอร์ธ มาเซโดเนีย ที่พลาดท่าเสียประตูจากการทำเข้าประตูตัวเองของ ยานี่ อตานาซอฟ ส่งให้อังกฤษจบรอบคัดเลือกด้วยการรักษาสถิติไม่แพ้ใครด้วยสกอร์ 1-1 ซึ่งหลังจบรอบคัดเลือกของกลุ่มซี เป็นทางด้านคู่ชิงชนะเลิศเมื่อ 3 ปีที่แล้วอย่างอังกฤษและ อิตาลีที่ตั๋วลุย “ยูโร 2024” โดยอัตโนมัติ ส่วนยูเครนได้สิทธิ์เพลย์ออฟจากผลงานในศึก “ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก”

Leave a Reply