“เดนมาร์คกระชากแชมป์” สรุปผลการแข่งขัน “ยูโร 2024” รอบคัดเลือก กลุ่มเฮช ประจำวันที่ 17 พฤศจิกายน 2023

“เดนมาร์คกระชากแชมป์” สรุปผลการแข่งขัน “ยูโร 2024” รอบคัดเลือก กลุ่มเฮช ประจำวันที่ 17 พฤศจิกายน 2023

“เดนมาร์ค” การันตีแชมป์กลุ่มหลังเปิดบ้านเฉือนชนะไปได้ พร้อมสรุปผลทั้งหมดของกลุ่มเฮช

ฟุตบอล “ยูโร 2024” รอบคัดเลือก กลุ่มเฮช

ทีมชาติเดนมาร์ค 2-1 ทีมชาติสโลวีเนีย

               ที่สนามพาร์เค่น สเตเดี้ยม เจ้าบ้านอย่าง “เดนมาร์ค” เปิดสนามต้อนรับการมาเยือนของ “สโลวีเนีย” ในเงื่อนไขที่ถ้าใครเก็บ 3 แต้มได้จะการันตีตั๋วลุย “ยูโร 2024” ทันที ซึ่งกุนซือเจ้าบ้านอย่าง คาสเปอร์ ฮุลมันด์ ส่งยุสซูฟ โพลเซ่น และ โยนาส วินด์ ลงล่าตาข่ายคู่กัน เช่นเดียวกับกุนซือทีมเยือนอย่าง มัตยาช เคก ที่ส่งคู่หน้าอย่าง เบนจามิน เซสโก้ และ แซน วิพอตนิค ลงล่าตาข่าย

               รูปเกมเป็นทางเจ้าบ้านที่เปิดเกมรุกครองเกมได้ดีกว่า มีโอกาสทำประตูจากลูกยิงของ โยอาคิม เมห์เล่ หรือลูกโหม่งของ โยนาส วินด์ ในระยะ 8 หลา แต่ถูกปฏิเสธโดยผู้รักษาประตูทีมเยือนอย่าง ยาน โอบลัค ก่อนที่ในนาทีที่ 22 เดนมาร์คมีโอกาสนำบอลซุกก้นตาข่าย จากลูกโหม่งของ โยนาส วินด์ แต่กรรมการเป่าให้เป็นลุกฟาวล์ของเจ้าตัวเสียก่อน แต่หลังจากนั้นไม่ถึง 5 นาที เจ้าบ้านก็เป็นฝ่ายออกนำ จากการเข้าชาร์จลูกเปิดของวิคตอร์ คริสเตียนเซ่น โดยเป็นประตูของโยอาคิม มห์เล่

               หลังจากผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม ทีมเยือนก็ตีเสมอได้จากลูกฟรีคิกฝั่งขวา โดยเป็นผลงานของแบ็คซ้ายอย่าง อีริค แยนซ่า ทำให้เกมกลับมาเท่ากันอีกครั้ง และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

               ขระที่ในครึ่งหลังเป็นทางเจ้าบ้านที่เปลี่ยนตัวก่อน โดยส่ง มาเธียส เยนเซ่น ลงสนามแทนเพื่อนร่วมสโมสรอย่าง คริสเตียน นอร์การ์ด ซึ่งเยนเซ่นเองมีส่วนกับประตูขึ้นนำอีกครั้งของทีม เมื่อเป็นคนตักบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ ยานนิค เวสเตอร์การ์ด จะโหม่งชงให้ โธมัส เดอลานีย์ หวดด้วยซ้ายจากระยะ 7 หลา เข้าประตูไป หลังจากนั้นรูปเกมยังคงเป็นฝั่งเจ้าบ้านที่ครองเกมได้ดีกว่า และมีโอกาสทำประตูมากมาย ทั้งจากกองหน้าอย่าง ยุสซูฟ โพลเซ่น หรือกองหลังอย่าง ยานนิค เวสเตอร์การ์ด แต่ก็ไม่สามารถบวกสกอร์ให้ทีมได้ ทำให้เมื่อจบ 90 นาที เป็นทางด้านเดนมาร์คที่เก็บ 3 แต้มและการันตีตั๋วลุย “ยูโร 2024” โดยอัตโนมัติ ปล่อยให้สโลวีเนียต้องไปลุ้นในนัดสุดท้าย

ผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม

ทีมชาติเดนมาร์ค (3-5-2) แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – โยอาคิม แอนเดอร์เซ่น, อันเดรียส คริสเตียนเซ่น, ยานนิค เวสเตอร์การ์ด – โยอาคิม เมห์เล่, ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบียร์จ, คริสเตียน นอร์การ์ด (มาเธียส เยนเซ่น), โธมัส เดอลานีย์ (มอร์เท่น ฮุลมันด์), วิคตอร์ คริสเตียนเซ่น (ราสมุส คริสเตียนเซ่น) – โยนาส วินด์ (แคสเปอร์ โดลเบอร์ก), ยุสซูฟ โพลเซ่น (เจสเปอร์ ลินด์สตรอม)

ทีมชาติสโลวีเนีย (4-4-2) ยาน โอบลัค – แซน ครานิชนิค, มิฮา บลาซิช, จาก้า บิโยล, อีริค ยานซ่า (วานย่า เดอร์คูซิช) – เบนจามิน เวอร์บิช (แซนดี้ ลอฟริช), อดัม เซริน, ทิมี่ เอลสนิค (จัสมิน คูร์ติช), ยาน เอ็มลาการ์ (มิฮา ซายิช) – แซน วิพอตนิค, เบนจามิน เซสโก้ (ยอน สแตนโควิช)

               ขณะที่ผลอีก 2 คู่ในกลุ่มเดียวกัน เป็นทางทีมเจ้าบ้านที่เก็บชัยได้ทั้งคู่ เริ่มจากทางด้าน “คาซัคสถาน” ที่ได้ 2 ประตูของ อิสลาม เชสโนคอฟ บวกกับประตูของ อาบัต เอมเบตอฟ เอาชนะ “ซาน มารีโน่” ได้ 3-1 เก็บ 3แต้มรักษาโอกาสเข้ารอบฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไว้ได้ ส่วนอีกคู่ เป็นทางด้าน “ฟินแลนด์” ที่ได้ 4 ประตูจาก 4 ผู้เล่นอย่าง โจเอล โปห์ยานปาโล่, ดาเนี่ยล แฮคานส์, ตีมู ปุ๊กกี และ โรบิน ลอด เปิดบ้านถล่ม “ไอร์แลนด์เหนือ” 4-0 โดยที่ในนัดสุดท้ายมีตั๋วการเข้ารอบระหว่าง “สโลวีเนีย” และ “คาซัคสถาน” เป็นเดิมพัน ขณะที่อีก 2 คู่เป็นการพบกันระหว่าง “ไอร์แลนด์เหนือ” กับ “เดนมาร์ค” และ “ซาน มารีโน่” พบ “ฟินแลนด์”

Leave a Reply