Single Blog Title

This is a single blog caption

“โด้บวกอีกหนึ่ง” สรุปผลการแข่งขัน “ยูโร 2024” รอบคัดเลือก กลุ่มเจ ประจำวันที่ 16 พฤศจิกายน 2023

               “คริสเตียโน่ โรนัลโด้” บวกสกอร์ให้ตัวเองได้อีกลูก พร้อมพา “โปรตุเกส” คว้าชัย 9 นัดรวด นอกจากนี้เรายังมีสรุปผลทั้งหมดของกลุ่มเจ

ฟุตบอล “ยูโร 2024” รอบคัดเลือก กลุ่มเจ

 

 

banner1

ลิกเทนสไตน์ 0-2 โปรตุเกส

               ณ สนามไรน์ปาร์ด สตาดิโอน “ลิกเทนสไตน์” ทีมบ๊วยของกลุ่มที่ยังไม่มีคะแนน เปิดบ้านรับการมาเยือนของจ่าฝูงกลุ่มอย่าง “โปรตุเกส” ที่เก็บชัยมา 8 นัดรวด โดยเจ้าบ้านของกุนซือ คอนราด ฟุนฟ์สตรุ๊ต จัดผ็เล่นตัวหลักลงสนามอย่างครบครัน ทำโดยตัวเก๋าอย่าง อาร่อน เซเล และ มาร์เซล บูเชล ขณะที่ผู้มาเยือนของ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ส่ง 3 ประสานอย่าง เจา เฟลิกซ์, กอนซาโล่ รามอส และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงล่าตาข่าย

               รูปเกมในครึ่งแรกเป็นทางโปรตุเกสที่ได้ครองเกมมากกวาอย่างชัดเจน รวมไปถึงโอกาสเข้าทำที่มีอย่างมากมาย แต่ก็ยังไม่สามารถทำอะไรฝั่งเจ้าบ้านได้ ไม่ว่าจะเป็นลูกยิงไกลของวรูเบน เนเวส ที่ถูกผู้รักษาประตูเจ้าบ้านอย่าง เบนจามิน บูเชล พุ่งปัดออกหลัง หรือลูกโหม่งระยะ 6 หลาของ กอนซาโล่ รามอส ที่ออกไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้เมื่อจบครึ่งแรก ทั้ง 2 ฝ่ายยังเสมอกัน 0-0

               เข้าสู่ครึ่งหลังเป็นทางเจ้าบ้านที่ชิงเปลี่ยนตัวสำรองก่อน โดยส่ง ไซม่อน ลูชิงเกอร์ ลงสนาม ลิวิโอ ไมเออร์ เพื่อแก้เกม แต่กลายเป็นว่าเปิดครึ่งหลังมายังไม่ถึง 1 นาที โปรตุเกสก็ออกนำจากลูกจ่ายไซด์ก้อยของ ดิโอโก้ โชต้า ที่จบสกอร์โดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นประตูที่ 128 ของเจ้าตัวในนามทีมชาติ ให้ทีมออกนำ 1-0

               ก่อนที่ 10 นาทีต่อมา ทีมเยือนจะบวกประตูที่ 2 จากลูกเปิดยาวของ อันโตนิโอ  ซิลวา ที่มาถึง เจา กันเซโล่ ก่อนล็อกหลบผู้รักษาประตูแล้วปั่นด้วยซ้ายเข้าประตูให้ทีมหนีห่าง 2-0 โดยที่ในช่วง 10 นาทีสุดท้าย โปรตุเกสมีลุ้นจะบวกประตูที่ 3 จากลูกโหม่งของ อันโตนิโอ ซิลวา  แต่ VAR ตัดสินให้เป็นลูกล้ำหน้า ทำให้เมื่อหมดเวลา 90 นาที เป็นทางด้านทีมเยือนบุกมาเอาชนะไปได้ 2-0 พร้อมสร้างสถิติเก็บชัยชนะ 100 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับฝั่งเจ้าบ้านท่ายังแพ้รวดเช่นเดิม

ผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม

ทีมชาติลิกเทนสไตน์ (3-5-2) เบนจนมิน บูเชล – อันเดรียส มาลิน, ซานโดร ไวเซอร์, ลาร์ส ทราเบอร์ – นิคลาส เบ็ค (เลียม ครานซ์), ไซม่อน ลูชิงเกอร์ (ลิวิโอ ไมเออร์), มาร์เซล บูเชล, อาร่อน เซเล่ (เยนส์ โฮเฟอร์), แม็กซ์ ก็อปเปล – ยูเลี่ยน เฮสเลอร์ (ฟิลิปป์ ออสเปลท์), เดนนิส ซาลาโนวิช (มาร์ติน มาร์เซอร์)

ทีมชาติโปรตุเกส (3-4-3) โชเซ่ ซา – เจา กันเซโล่ (เจา มาริโอ), อันเตนิโอ ซิลวา, โตเต้ โกเมส – แบร์นาร์โด้ ซิลวา (ริคาร์โด้ ฮอร์ต้า), บรูโน่ แฟร์นานด์ส (วิตินญ่า), รูเบน เนเวส, ดิโอโก้ โชต้า – คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (บรูม่า), กอนซษาโล่ รามอส, เจา เฟลิกซ์ (เจา เนเวส)

               ขณะที่อีก 2 คู่ในกลุ่มเดียวกัน เป็นทางด้านเจ้าบ้านที่เก็บชัยได้ทั้งหมด โดยเป็นทางลักเซมเบิร์กเปิดบ้านถล่ม บอสเนีย แอนด์ เฮอร์เซโกวีน่า 4-1 จาก 2 ประตูของ เกอร์สัน โรตริเกซ บวกกับ มาเธียส โอเลเซ่น และการทำเข้าประตูตัวเองของ นิฮาด มูยาคิช ขณะที่บอสเนียฯได้ประตูตีตื้นจาก เรนาโต้ กยอโควิช ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

               ส่วนสโลวะเกียสามารถปิดจ็อบของตัวเองในการคว้าตั๋วลุย “”ยูโร 2024 โดยอัตโนมิติ หลังเปิดบ้านชนะไอซ์แลนด์ 4-2 จาก 2 ประตูของ ลูคัส ฮาราสลิน บวกกับ ยูราย คุชก้า และ ออนเดรย์ ดูด้า ที่ทำคนละประตู แม้จะเป็นฝ่ายตามหลังไปก่อนจากลูกโหม่งของ ออร์รี่ ออสคาร์สสัน ก็ตาม แต่สุดท้าย ลูกโหม่งของ แอนดรี้ กุ๊ดยอห์นเซ่น ก็ไม่เพียงพอในการบุกมาแบ่งแต้มได้

               สรุปสถานการณ์ของกลุ่มเจ หลังจบนัดที่ 9 เป็นทางด้านโปรตุเกสและสโลวะเกีย ที่จูงมือเข้าสู่ “ยูโร 2024” โดยอัตโนมัติ โดยที่ลักเซมเบิร์ก และบอสเนียฯ การันตีโควตารอบเพลย์ออฟแน่นอนแล้ว จากผลงานในศึก “ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก”  

Leave a Reply