“ไก่โหด กดเกินโหล” สรุปผลการแข่งขัน “ยูโร 2024” รอบคัดเลือก กลุ่มบี ประจำวันที่ 18 พฤศจิกายน 2023

“ไก่โหด กดเกินโหล” สรุปผลการแข่งขัน “ยูโร 2024” รอบคัดเลือก กลุ่มบี ประจำวันที่ 18 พฤศจิกายน 2023

               “ฝรั่งเศส” สร้างสถิติใหม่ให้กับทีมชาติ และการคัดเลือกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป เมื่อถล่มคู่แข่งขาดลอยมากถึง 14 ลูก พร้อมผลการแข่งขันทั้งหมดของกลุ่มบี

 

 

banner1

ฟุตบอล “ยูโร 2024” รอบคัดเลือก กลุ่มบี

ทีมชาติฝรั่งเศส 14 – 0 ทีมชาติยิบรอลตาร์

               ที่สนามอัลลิอันซ์ ริเวียร่า เจ้าบ้านอย่าง “ฝรั่งเศส” ที่ยังชนะรวดในรอบแบ่งกลุ่ม เปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมบ๊วยอย่าง “ยิบรอลบตาร์” ที่แพ้รวดและยังยิงใครไม่ได้ โดยกุนซือเจ้าถิ่นอย่าง ดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ มีการหมุนเวียนผู้เล่นลงสนามหลายราย แต่ 3 ตัวรุกอย่าง คิงส์ลีย์ โกม็อง, อองตวน กรีซมันน์ และ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ยังคงลงสนามอย่างครบครัน ขณะที่กุนซือทีมเยือนอย่าง ฮูลิโอ รีบาส ส่ง 2 พี่น้อง “ชิปโปลีน่า” อย่าง รอย และ โจเซฟ ลงสนาม โดยมีกองหน้าตัวเก๋าอย่าง ลี คาสเซียโร่ ลงสนามล่าตาข่าย

               เริ่มเกมมาไม่ถึง 3 นาที เจ้าถิ่นก็ได้ประตูขึ้นนำ จากการสกัดเข้าประตูตัวเองของ อีธาน ซานโต๊ส โดยลูกเปิดด้วยขวาของ โฌนาต็อง คลอส ก่อนที่นาทีต่อมา เป็นทางฝรั่งเศสที่หนีห่าง 2-0 จากลูกยิงของ อองตวน กรีซมันน์ ที่ผู้รักษาประตูทีมเยือนอย่าง เดย์ล โคลอิ้ง ปัดมาเข้าทาง มาร์คุส ตูราม ซัดเข้าประตูไป โดยหลังผ่าน 15 นาที เป็นทางด้านฝรั่งเศสที่หนีห่างไปอีก จากลูกเปิดด้วยขวาจาก คิงส์ลีย์ โกม็อง ที่เข้าชาร์จโดย วอร์เรน ซาอีร์-เอเมอรี่ ซึ่งต้องแลกด้วยอาการบาดเจ็บ รวมถึงทางทีมเยือนที่ต้องเหลือผู้เล่น 10 คนจากการเข้าสกัดรุนแรงของอีธาน ซานโต๊ส ในจังหวะดังกล่าว และก่อนที่จะผ่านเข้าสู่ครึ่งชั่วโมงแรกของเกม ฝรั่งเศสก็เป็นฝ่ายหนีห่างไปอีก จากการทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษของ ลี คาสเซียโร่ โดยที่ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ เป็นคนสังหารเข้าประตูไป หลังจากนั้น เป็นทางด้าน โฌนาต็อง คลอสส์ ที่ซัดด้วยขวาจากระยะ 25 หลา พุ่งเข้าประตูให้ฝรั่งเศสหนีห่างไปอีก 5-0 ต่อด้วย คิงส์ลีย์ โกม็อง ที่บวกประตูให้ทีมยิงถึงครึ่งโหล จากการซ้ำลูกยิงของ มาร์คุส ตูราม และปิดท้ายครึ่งแรกจากตัวสำรองอย่าง ยุสซูฟ โฟฟาน่า ที่กดด้วยขวาจากระยะ 20 หลาพุ่งเข้าประตู ให้ฝรั่งเศสจบครึ่งแรกด้วยการขึ้นนำถึง 7-0

               เข้าสู่ครึ่งหลังยังคงเป็นฝั่งเจ้าถิ่นที่ยังทำเกมรุกบุกเข้าใส่อยู่ตลอดเวลา ก่อนที่หลังผ่านหนึ่งชั่วโมงของเกม ทีมจะเริ่มบวกสกอร์เพิ่มเติม เริ่มจากลูกหวดด้วยซ้ายของ อาเดรียน ราบิโอต์ จากระยะ 5 หลาเข้าประตู ต่อด้วย คิงส์ลีย์ โกม็อง ที่บวกประตูที่ 2 ของตัวเองในนาทีที่ 65 ตามด้วยทีเด็ดจากตัวสำรองอย่าง อุสมาน เดมเบเล่ ที่ล็อคด้วยซ้ายก่อนซัดด้วยขวาเข้าไป ก่อนที่คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ จะกดด้วยขวาจากระยะ 10 หลาเข้าประตู และทำแฮททริคจากลูกยิงไกลระยะกว่า 40 หลาเข้าประตูไปอย่างสวยงาม โดยที่ในช่วงท้ายเกม ฝรั่งเศสยังมาได้อีก 2 ประตู จากกองหน้าสำรองอย่าง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่หวดด้วยซ้ายจากลูกพักอกของ อองตวน กรีซมันน์ เข้าประตู รวมถึงลูกจักรยานอากาศในกรอบเขตโทษช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ให้เกมจบด้วยผลการแข่งขันที่ขาดลอยที่สุดในประวัติศาสตร์ของรอบคัดเลือกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ที่ฝรั่งเศสเปิดบ้านถล่มยิบรอบลตาร์ 14 – 0 รักษาสถิติชนะรวดในรอบคัดเลือกต่อไป

ผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม

ทีมชาติฝรั่งเศส (4-2-3-1) ไมค์ มาอิญ็อง – โฌนาต็อง คลอสส์, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ (วิลเลี่ยม ซาลิบา), ฌอง-แคลร์ โทดิโบ้, เธโอ เอร์น็องเดซ – วอร์เรน ซาอีร์-เอเมอรี่ (ยุสซูฟ โฟฟาน่า), อาเดรียน ราบิโอต์ (บูบาการ์ กามาร่า) – คิงส์ลีย์ โกม็อง (อุสมาน เดมเบเล่), อองตวน กรีซมันน์, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ – มาร์คุส ตูราม (โอลิวิเยร์ ชิรูด์)

ทีมชาติยิบรอลตาร์ (4-3-3) เดย์ล โคลอิ้ง – จอห์น เซอร์เจียนท์, รอย ชิปโปลีน่า, อายเมน มูเอลฮี, อีธาน ซานโต๊ซ – โจเซฟ ชิปโปลีน่า (เจย์ซ โอลิเวโร่), นิโคลาส โปโซ่, อีวาน เดอ ฮาโร่ – ทีเจย์ เดอ บาร์ (เจมี่ คูมเบส์), เลียม วอล์คเกอร์ (อีธาน โจลลีย์), ลี คาสเซียโร่

               ส่วนผลอีกคู่ในกลุ่มเดียวกับ เป็นทางด้าน “เนเธอร์แลนด์” ที่ได้ประตูชัยจากลูกยิงของ เวาท์ เวกฮอร์สท ในช่วง 15 นาทีแรก คว้าชันเหนือ “ไอร์แลนด์” พร้อมตีตั๋วลุย “ยูโร 2024” โดยอัตโนมัติ ชนิดที่ไม่ต้องลุ้นจนถึงนัดสุดท้าย ที่จะมีโปรแกรมบุกไปเยือนสมันน้อยของกลุ่มอย่างยิบรอลตาร์ ส่วนอีกคู่ เป็นการพบกันระหว่างกรีซ ที่การันตีตั๋วรอบเพลย์ออฟเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะเปิดรับการมาเยือนของทีมที่ฟอร์มร้อนแรงอย่างฝรั่งเศส

Leave a Reply